การดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ ให้คุ้มค่าและทนทานมากที่สุด

การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์

แบตเตอรี่รถยนต์ไม่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้จะเป็นชนิดแห้งหรือชนิดที่ต้องเติมน้ำกลั่นก็ควรที่จะทำการดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์อยู่เสมอ มีการตรวจสอบเช็คซักเดือนละหนึ่งถึงสองครั้งหรือตอนที่เปิดฝากระโปรงออกมาก็ควรตรวจเช็คมันก็คือดูๆมองๆมันบ้าง เพราะก็ไม่ได้เสียเวลามากมายอะไรในการตรวจเช็ค โดยดูแลสภาพภายนอกในส่วนที่จับต้องได้คือ

1. ตรวจสภาพภายนอกของแบตเตอรี่

การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ อย่าให้มีรอยแตกร้าว เพราะจะทำเอาแบตเตอรี่จะไม่เก็บประจุไฟฟ้า
การนูนหรือเสียรูปของแบตเตอรี่ เกิดจากความร้อนหรือการประจุไฟเกินหรือการระบายแรงดันไม่ดี
แบตแตกร้าว ต้องดูว่ามีร่องรอยการซึมออกมาของกรดหรือของเหลวที่บรรจุภายในหรือเปล่า ในจุดที่มิใช่รูระบายอากาศหรือช่องหายใจ เช่นตามขอบ-ด้านข้าง-ฝาครอบ หรือความล้มเหลวของแบตเนื่องจากการประจุแรง-ระบายแรงดันภายในไม่ทันหรือแม้แต่การรัดของตัวยึดที่แน่นหนาเกินไป
ขยับดูตัวแบตเตอรี่ว่าติดกับฐานแน่นพอเหมาะพอดีหรือไม่ เอาแค่ตึงมือเพราะการขันตัวล็อคให้แน่นเกินไป โดยเฉพาะจำพวกที่เป็นเหล็กพาดผ่านตัวแบตนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของแบตเตอรี่บวมหรือแตกร้าวได้

2. ตรวจสภาวะของระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่

การดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ ตรวจระดับน้ำกลั่นให้ได้ตามระดับที่กำหนดในแบตเตอรี่
ถ้าเป็นแบตชนิดที่ต้องเติมน้ำกลั่นควรเช็คและเพิ่มเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในช่วงระดับ ไม่ควรให้ระดับน้ำกลั่นต่ำกว่าขีดล่างสุดมากกว่า ๕ มม.หรือครึ่งเซ็นติเมตร แม้ว่าระดับดังที่กล่าวมาแล้วของเหลวยังคงสูงกว่าแผ่นธาตุแต่ถ้ารถลาดเอียงหรือทางลาดชันจะทำให้ระดับของเหลวไม่ท่วมแผ่นธาตุ และไม่ควรเติมสูงเกินดี จะทำให้ขั้วแบตสกปรกจากขี้เกลือเร็วขึ้นมาก

3. ดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้ใสสะอาดเสมอ

การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ ถ้ามีรอยคราบเกลือหรือสกปรกเกิดขึ้น ให้ทำความสะอาด
เขยื้อนดูขั้วแบตเตอรี่ว่าแน่นดีหรือไม่ ถ้าขยับได้ควรขันให้แน่น
เช็คว่าขั้วของแบตเตอรี่เปื้อนหรือมีขี้เกลือเกาะติดหรือเปล่า กรณีที่ติดตั้งหนแรกควรซื้อแผ่นรองขั้งแบตที่ชุบสารหล่อลื่นไส่ที่ขั้วแบตตั้งแต่ทีแรก แต่ถ้าขั้วแบตเขรอะก็ควรทำความสะอาดด้วยการใช้น้ำอุ่นถึงร้อนค่อยๆเทราดลงไปที่ขั้วแบตแล้วใช้แปรงสีฟันเก่าขัดจนขั้วเกลี้ยง จากนั้นเช็ดให้แห้งแล้วใช้น้ำมันจาระบีหรือวาสลีนทาบางๆให้ทั่วที่หัวขั้วแบตเตอรี่

4. ตรวจสอบเช็คระบบไฟชาร์จของอัลเตอร์เนเตอร์

ระบบไฟชาร์จต่ำกว่าหรือสูงไปไหม ถ้าต่ำไปจะมีผลทำให้กำลังไฟไม่พอใช้ในช่วงเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือถ้าสูงไปจะทำให้ น้ำกรดและน้ำกลั่นอยู่ภายในเดือดและระเหยเร็ว
5. ช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวหรืออุณหภูมิต่ำ

ความสามารถการแพร่กระจายของน้ำกรดและน้ำกลั่นจะลดลงลง เพราะฉะนั้นควรสับหลีกการใช้กระแสไฟมากๆ ขณะอากาศเย็น
6. ควรเรียนรู้ถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

อุปกรณ์เสริมที่ใช้กำลังไฟเยอะ เช่น ระบบเครื่องเสียง ไฟตัดหมอก ให้พอเหมาะกับแบตเตอรี่และไดชาร์จ เพื่อที่จะให้วงจรการไหลของไฟฟ้าเป็นไปด้วยดี